VPN 1.1.1.1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cloudflare WARP คือบริการจาก Cloudflare ที่รวมทั้ง DNS และ VPN ไว้ในแอปเดียว
และยังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในฐานะทางเลือกฟรีสำหรับคนที่อยากท่องเน็ตได้ปลอดภัยขึ้น
บทความนี้รวบรวมข้อมูลว่า 1.1.1.1 VPN ดีไหมไว้ให้ครบก่อนตัดสินใจใช้งาน

อ้างอิง: PCMag
ทำความรู้จัก 1.1.1.1 VPN และ Cloudflare WARP
1.1.1.1 (Cloudflare WARP) พัฒนาโดย Cloudflare และเปิดตัวปี 2018 เดิมเป็น DNS resolver ก่อนเพิ่มฟีเจอร์ WARP ที่ทำงานคล้าย VPN
จุดเด่นคือเน้นเข้ารหัสข้อมูลและเพิ่มความเป็นส่วนตัว ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยน IP ไปยังประเทศอื่น
ดังนั้น 1.1.1.1 จึงต่างจาก VPN เชิงพาณิชย์ที่เน้นเลือกประเทศและปลดล็อกคอนเทนต์ แต่จะเน้นความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของการเชื่อมต่อมากกว่า
โหมดการทำงานของ VPN 1.1.1.1
แอป VPN 1.1.1.1 มีโหมดให้เลือกใช้งาน 2 รูปแบบหลัก ซึ่งมีความแตกต่างกันในแง่ของการปกป้องข้อมูลและผลกระทบต่อความเร็วอินเทอร์เน็ต
โหมด 1.1.1.1 (DNS เท่านั้น)
โหมดนี้ทำหน้าที่เพียงเปลี่ยน DNS Server ที่อุปกรณ์ใช้งานไปเป็นของ Cloudflare เท่านั้น ผลที่ได้คือการ Query DNS เร็วขึ้นและลดความเสี่ยงจากการถูก ISP สอดแนมผ่าน DNS แต่ข้อมูลการท่องเว็บยังไม่ถูกเข้ารหัสทั้งหมด
โหมด DNS เหมาะกับคนที่ต้องการแค่ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บดีขึ้นเล็กน้อย และไม่ต้องการใช้แบตเตอรี่หรืออินเทอร์เน็ตเพิ่มมากนัก เพราะโหมดนี้กินทรัพยากรน้อยกว่า
โหมด WARP (VPN เต็มรูปแบบ)
โหมด WARP คือส่วนที่ทำให้ 1.1.1.1 VPN กลายเป็น VPN จริงๆ โดยเข้ารหัสข้อมูลการรับส่งทั้งหมดจากอุปกรณ์ผ่านโปรโตคอล WireGuard ที่ถือว่าทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง
ข้อดีของ WARP คือการที่ ISP ไม่สามารถมองเห็นว่าเราเข้าเว็บไซต์ใด ข้อมูลที่รับส่งถูกปกป้องจากการดักจับโดยเฉพาะเมื่อใช้ Wi-Fi สาธารณะตามคาเฟ่หรือโรงแรม ซึ่ง Cloudflare ระบุว่าจะลบ Log การใช้งานทิ้งทุก 24 ชั่วโมง
โหมด WARP+ (แบบเสียค่าใช้จ่าย)
นอกจากโหมดฟรีแล้ว ยังมี WARP+ ที่ใช้ระบบ Argo Smart Routing ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Cloudflare ในการเลือกเส้นทางการส่งข้อมูลที่เร็วที่สุดในเครือข่ายของตน ทำให้ความเร็วดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับโหมด WARP ฟรี
WARP+ เหมาะกับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น การสตรีมวิดีโอหรือการประชุมออนไลน์ที่ต้องการความเสถียรของการเชื่อมต่อ
ข้อดีของ VPN 1.1.1.1
1.1.1.1 VPN มีจุดเด่นหลายด้านที่ทำให้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปทั้งในไทยและต่างประเทศ
- ใช้งานฟรี ไม่มีจำกัด Bandwidth เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
- ติดตั้งง่าย รองรับ iOS, Android, Windows และ macOS เปิด/ปิดได้ในปุ่มเดียว
- ใช้โปรโตคอล WireGuard ที่ปลอดภัยและทันสมัย
- Cloudflare ไม่เก็บหรือขายข้อมูลผู้ใช้ และมีการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม
- DNS 1.1.1.1 มีความเร็วสูงระดับโลก
- มีโหมด 1.1.1.1 for Families ช่วยบล็อกเว็บอันตรายและเนื้อหาไม่เหมาะสม
ข้อเสียและข้อจำกัดที่ควรทราบ
แม้ VPN 1.1.1.1 จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรับรู้ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้เป็นตัวหลักหรือไม่
สิ่งที่ 1.1.1.1 VPN ทำไม่ได้
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ 1.1.1.1 WARP ไม่สามารถเปลี่ยน IP เป็นประเทศอื่นได้เหมือน VPN ทั่วไป จึงไม่เหมาะกับการปลดล็อก Netflix หรือ Disney+ ต่างประเทศ
บางเว็บไซต์บล็อก IP ของ VPN อัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ WARP อาจเข้าใช้งานบางแพลตฟอร์มไม่ได้
ผลกระทบต่ออุปกรณ์และการใช้งาน
การเปิดโหมด WARP ส่งผลให้แบตเตอรี่และ Data อินเทอร์เน็ตถูกใช้งานมากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการท่องเน็ตปกติ สำหรับอุปกรณ์มือถือที่แบตเตอรี่ไม่ดี อาจรู้สึกได้ชัดในการใช้งานต่อเนื่องนาน
ความเร็วในการโหลดเนื้อหาบางประเภทอาจช้าลงเล็กน้อยในโหมด WARP ฟรี โดยเฉพาะในช่วงที่เครือข่ายหนาแน่น แม้โดยรวมจะยังใช้งานได้ดีในระดับ YouTube 1080p ขึ้นไป
1.1.1.1 VPN ดีไหม
1.1.1.1 (WARP) ดีมากในแง่ความเร็วและความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน เป็นบริการฟรีจาก Cloudflare ที่ช่วยเข้ารหัสข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทำให้ท่องเว็บปลอดภัยขึ้น เข้าเว็บไวขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความเร็ว โดยไม่ลดความเร็วอินเทอร์เน็ตมากนัก
วิธีดาวน์โหลดและเริ่มใช้งาน
การเริ่มต้นใช้งาน VPN 1.1.1.1 ทำได้ง่ายมากและไม่จำเป็นต้องสมัครบัญชีใดๆ เพียงดาวน์โหลดแอปและเปิดสวิตช์ก็พร้อมใช้งานทันที
ขั้นตอนการติดตั้งบนมือถือ

อ้างอิง: gHacks
การติดตั้งบนสมาร์ตโฟนทั้ง iOS และ Android ทำได้โดยตรงจาก App Store หรือ Google Play โดยค้นหาคำว่า 1.1.1.1 หรือ Cloudflare WARP แล้วดาวน์โหลดได้ฟรี
หลังติดตั้ง แอปจะแสดงหน้าจอหลักที่มีปุ่มเปิดปิดขนาดใหญ่ ผู้ใช้สามารถสลับระหว่างโหมด 1.1.1.1 และ WARP ได้จากเมนู Setting ภายในแอป
ครั้งแรกที่เปิดใช้ WARP อุปกรณ์จะขอสิทธิ์ติดตั้ง VPN Profile ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติบนมือถือ
ขั้นตอนการติดตั้งบนคอมพิวเตอร์
สำหรับ Windows และ macOS ให้เข้าเว็บไซต์ 1.1.1.1 และเลือกดาวน์โหลดตาม OS ที่ใช้งาน หลังติดตั้งจะมีไอคอนปรากฏในแถบ System Tray ที่มุมล่างขวาของหน้าจอ
คลิกที่ไอคอนเพื่อเปิดหน้าควบคุม จากนั้นสลับโหมดระหว่าง 1.1.1.1 และ WARP ได้ตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบหรือสร้างบัญชีสำหรับการใช้งานแบบฟรีพื้นฐาน

อ้างอิง: one.one.one.one
บทสรุป
Cloudflare WARP (1.1.1.1) เหมาะสำหรับเพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น ใช้ Wi-Fi สาธารณะและเข้ารหัส DNS ฟรีและใช้งานง่าย แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนประเทศ IP หรือปลดบล็อกสตรีมมิ่ง
ดังนั้นถ้าต้องการดูคอนเทนต์ต่างประเทศ VPN แบบเชิงพาณิชย์อาจเหมาะกว่า ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน






