รีวิว Thunder VPN ใช้ดีไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เหมาะกับใคร

รีวิว Thunder VPN ใช้ดีไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เหมาะกับใคร

Thunder VPN เป็นหนึ่งในแอป VPN ฟรียอดนิยมบน Android ที่หลายคนมักดาวน์โหลดมาใช้เพื่อปลดล็อกเนื้อหา ปกป้องการเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ หรือเพียงต้องการลองใช้ VPN ครั้งแรกแบบไม่เสียเงิน

บทความนี้จะรีวิว Thunder VPN อย่างละเอียดในทุกมิติ ทั้งประสิทธิภาพการใช้งานจริง ระดับความปลอดภัย ข้อดี-ข้อเสีย และสรุปว่าใครคือกลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะกับแอปตัวนี้จริง ๆ

目次

Thunder VPN คืออะไร

Thunder VPN คือบริการ VPN ฟรีจากผู้พัฒนาชื่อ Signal Lab ที่เปิดตัวครั้งแรกประมาณปี 2017 จุดขายชัดเจนของแอปคือใช้งานฟรีไม่จำกัดแบนด์วิดท์ ไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องกรอกอีเมล กดปุ่มเดียวก็เชื่อมต่อได้ทันที จึงเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ใช้ที่อยากลอง VPN แบบเร็ว ๆ โดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิตหรือกรอกข้อมูลส่วนตัว

อ้างอิง: Thunder VPN

ฟีเจอร์หลักของ Thunder VPN

ก่อนตัดสินว่าใช้ดีไหม ปลอดภัยหรือเปล่า ลองดูภาพรวมของฟีเจอร์ที่ Thunder VPN ให้มากับเวอร์ชันฟรีและเวอร์ชันเสียเงินกันก่อน

อุปกรณ์ที่รองรับ

Thunder VPN พัฒนาขึ้นมาเพื่อ Android เป็นหลัก รองรับตั้งแต่ Android 4.1 ขึ้นไปและสามารถดาวน์โหลดผ่าน Google Play Store ได้โดยตรง ปัจจุบันยังไม่มีแอปทางการสำหรับ iOS, Windows, macOS หรือ Linux ผู้ใช้ที่ต้องการรันบน PC จึงต้องอาศัย Android emulator อย่าง BlueStacks

ซึ่งทำให้ประสบการณ์การใช้งานไม่เป็นธรรมชาตินัก หากเห็นส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่อ้างว่าเป็น Thunder VPN ควรหลีกเลี่ยง เพราะส่วนใหญ่เป็นโปรเจกต์จากบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับการรับรองจาก Signal Lab

เซิร์ฟเวอร์และตำแหน่งที่ตั้ง

ในเวอร์ชันฟรี Thunder VPN ให้เลือกเซิร์ฟเวอร์ได้ราว 4 ถึง 8 ประเทศ แล้วแต่ช่วงเวลาที่ทดสอบ การเลือกประเทศจึงไม่แน่นอน และไม่มีเซิร์ฟเวอร์ในไทยให้ใช้ ผู้ที่ต้องการ IP ไทยเพื่อดูบริการสตรีมมิ่งภายในประเทศจึงไม่สามารถใช้ Thunder VPN ทำได้

เมื่ออัปเกรดเป็น VIP จำนวนตำแหน่งจะเพิ่มเป็นประมาณ 20 ประเทศ ครอบคลุมเอเชียและออสเตรเลียมากขึ้น แต่จำนวนเซิร์ฟเวอร์โดยรวมยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการชั้นนำที่มักมีเซิร์ฟเวอร์หลายพันเครื่องในหลายสิบประเทศ

อ้างอิง: Thunder VPN

แพ็กเกจฟรีและแพ็กเกจ VIP

เวอร์ชันฟรีของ Thunder VPN ไม่จำกัดแบนด์วิดท์และไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อพร้อมกัน แต่มีโฆษณาแทรกค่อนข้างถี่และจำกัดการเลือกเซิร์ฟเวอร์ตามที่กล่าวไป

ส่วนแพ็กเกจ VIP มีให้เลือกแบบรายเดือนที่ราคาประมาณ 4.99 ดอลลาร์สหรัฐ และแบบรายปีที่เฉลี่ยประมาณ 4.16 ดอลลาร์ต่อเดือน เมื่อสมัคร VIP จะได้สิทธิ์ปลดล็อกเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด ปิดโฆษณา และความเร็วในการเชื่อมต่อจะดีขึ้นเล็กน้อย

ในจุดนี้ยังไม่ถือว่าคุ้มเมื่อเทียบกับบริการระดับพรีเมียมที่ราคาใกล้เคียงกันอย่าง Proton VPN หรือ Surfshark ที่มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยและจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่สูงกว่ามาก

ทดสอบประสิทธิภาพ Thunder VPN

เมื่อพูดถึงประสิทธิภาพ ต้องดูทั้งความเร็ว ความเสถียร และความสามารถในการปลดล็อกบริการต่าง ๆ ผลทดสอบจากหลายสำนักรีวิวล่าสุดมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันคือ ใช้งานได้แต่ไม่โดดเด่นนัก

ความเร็วในการเชื่อมต่อ

vpnMentor ทำการทดสอบจากต้นทางที่ความเร็ว 33.23 Mbps พบว่าเมื่อเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ในสหราชอาณาจักรเหลือประมาณ 20 Mbps ลดลงราว 37%

เซิร์ฟเวอร์สหรัฐฯ เหลือ 16 Mbps ลดลงเกือบ 50% และเซิร์ฟเวอร์เยอรมนีหนักสุดที่ราว 15 Mbps ลดลงเกือบ 53% ค่าเฉลี่ยจึงอยู่ที่การสูญเสียความเร็วประมาณครึ่งหนึ่งของการเชื่อมต่อปกติ

สำหรับผู้ใช้ในไทยที่อยู่ห่างจากเซิร์ฟเวอร์มาก ค่า ping อาจสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การโหลดวิดีโอ HD จึงอาจกระตุก โหลดเว็บที่มีรูปภาพมากใช้เวลานานขึ้น และความเสถียรในการเชื่อมต่อขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ใช้งานอย่างมาก

การใช้งานสตรีมมิ่ง

Thunder VPN ทำงานได้กับบริการสตรีมมิ่งบางตัวเท่านั้น จากการทดสอบของ vpnMentor พบว่าใช้ได้กับ Amazon Prime Video และ YouTube เวอร์ชันสหรัฐฯ อย่างเสถียร แต่ไม่สามารถปลดล็อก Netflix US, Disney+, Hulu, HBO Max และ BBC iPlayer ได้

ในการทดสอบช่วงหลัง สำหรับผู้ใช้ในไทยที่ต้องการดู Netflix Library ของต่างประเทศ ใช้ Disney+ Hotstar ของอินเดีย หรือดู iQIYI/WeTV เวอร์ชันจีน Thunder VPN จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เชื่อถือได้

เพราะเซิร์ฟเวอร์ฟรีของ Thunder VPN ถูกบริการสตรีมมิ่งใหญ่ ๆ ตรวจจับและบล็อกเป็นประจำ การที่บางวันใช้ได้ บางวันใช้ไม่ได้ จึงเป็นเรื่องปกติ หากคุณต้องการ VPN ที่มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อสตรีมมิ่ง ควรเลือกบริการที่อัปเดต IP เซิร์ฟเวอร์เป็นประจำและมีเซิร์ฟเวอร์เฉพาะทาง

เกมและการดาวน์โหลดแบบ P2P

การเล่นเกมออนไลน์ผ่าน Thunder VPN ไม่แนะนำเลย เพราะค่า latency สูง ความเร็วลดมากกว่าครึ่ง และไม่มีฟังก์ชันปรับแต่งสำหรับเกมโดยเฉพาะ ผู้เล่นเกมที่ต้องการลด ping หรือเล่นเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศควรพิจารณา VPN เฉพาะสำหรับเกม ที่ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยตรง

ส่วนการดาวน์โหลด P2P หรือ torrent นั้น Thunder VPN อนุญาตให้ใช้งานได้บนเซิร์ฟเวอร์ 4 ประเทศที่ระบุไว้ ความเร็วในการดาวน์โหลดเฉลี่ยอยู่ที่ราว 9.4 MiB/s ซึ่งใช้ได้

แต่ปัญหาใหญ่คือไม่มี Kill Switch หากการเชื่อมต่อ VPN หลุดกลางคัน IP จริงของคุณจะถูกเปิดเผยทันที และที่สำคัญข้อตกลงการใช้บริการระบุชัดเจนว่าผู้ใช้ต้องรับผิดชอบเองหากดาวน์โหลดเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของ Thunder VPN

เรื่องความปลอดภัยเป็นจุดที่ Thunder VPN ถูกวิจารณ์อย่างหนัก การที่แอปฟรีไม่ต้องสมัครสมาชิกไม่ได้แปลว่าใช้แล้วปลอดภัย ลองมาดูในรายละเอียดทีละหัวข้อ

โปรโตคอลและการเข้ารหัส

Thunder VPN ใช้โปรโตคอล SSL เป็นหลัก แทนที่จะใช้มาตรฐานอุตสาหกรรมอย่าง OpenVPN, IKEv2 หรือ WireGuard ที่ผู้ให้บริการชั้นนำใช้กัน SSL เป็นโปรโตคอลที่ออกแบบขึ้นเพื่อความปลอดภัยของเว็บไซต์ ไม่ได้ออกแบบเพื่อ VPN โดยเฉพาะ

จึงไม่มีฟีเจอร์ตรวจสอบฝั่งไคลเอนต์ที่แข็งแรง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle มากกว่า ผลทดสอบจาก vpnoverview.com ก็ยืนยันว่าการใช้ SSL เพียงอย่างเดียวถือเป็นการป้องกันที่อ่อนสำหรับยุคปัจจุบัน

แอปไม่เปิดให้ผู้ใช้สลับโปรโตคอลเอง ไม่มีตัวเลือก WireGuard หรือ OpenVPN ให้ปรับ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือผู้ที่มีความรู้เทคนิคก็จะถูกบังคับให้ใช้โปรโตคอลเดียวที่แอปให้มา

นโยบายการเก็บข้อมูล

นโยบายความเป็นส่วนตัวของ Thunder VPN เป็นเพียงย่อหน้าสั้น ๆ ที่ฝังอยู่ในข้อตกลงการใช้บริการ ไม่ใช่เอกสารแยกที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบอิสระ ระบุไว้ว่ามีการเก็บข้อมูลการใช้งานบางส่วน เช่น ช่วงเวลาที่เปิดใช้ VPN ปริมาณข้อมูลที่ส่งผ่าน ชนิดของอุปกรณ์ และชื่อ ISP ของผู้ใช้

แม้ทางบริษัทอ้างว่าเลิกเก็บ IP จริงของผู้ใช้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีการตรวจสอบโดยบุคคลที่สามมายืนยัน ข้อมูลที่เก็บเหล่านี้สามารถนำมาประกอบเพื่อระบุพฤติกรรมผู้ใช้ได้ในระดับหนึ่ง

เมื่อเทียบกับบริการอย่าง Proton VPN, Mullvad หรือ NordVPN ที่ผ่านการตรวจสอบนโยบาย no-log โดยบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก Thunder VPN จึงตามหลังในเรื่องความโปร่งใสอย่างชัดเจน

เขตอำนาจศาลและความเสี่ยงทางกฎหมาย

ที่อยู่ทางบัญชีของผู้ให้บริการอยู่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง Five Eyes หมายความว่าหากมีหมายค้นจากรัฐบาลสหรัฐฯ

ผู้ให้บริการอาจถูกบังคับให้ส่งมอบข้อมูลผู้ใช้ที่เก็บไว้ นี่เป็นปัจจัยที่ผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวต้องชั่งน้ำหนักให้ดี โดยเฉพาะถ้าคุณต้องการ VPN ไว้ปกป้องการสื่อสารที่อ่อนไหวเช่นงานข่าวหรือการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ผลทดสอบการรั่วไหลของข้อมูล

ในแง่ดี Thunder VPN ผ่านการทดสอบ IP leak, DNS leak และ WebRTC leak ในการทดสอบของหลายสำนัก หมายความว่าระหว่างที่การเชื่อมต่อ VPN ทำงานปกติ IP จริงจะไม่ถูกเปิดเผยให้เว็บไซต์ที่คุณเข้าชมเห็น

แต่จุดอ่อนคือเมื่อไม่มี Kill Switch หากการเชื่อมต่อ VPN ขาดหายไปแม้เพียงเสี้ยววินาที อุปกรณ์จะกลับไปใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตปกติทันทีและเปิดเผย IP จริง โดยที่ผู้ใช้อาจไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ Thunder VPN ยังไม่มีฟีเจอร์ Multi-hop หรือ Double VPN ไม่มีฟังก์ชัน Obfuscation สำหรับใช้ในประเทศที่บล็อก VPN เช่น จีน อิหร่าน หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้ที่อยู่ในประเทศเหล่านี้จึงไม่สามารถพึ่งพา Thunder VPN ได้

อ้างอิง: VPN ดีๆ

ข้อดีและข้อเสียของ Thunder VPN

เมื่อสรุปจากผลการทดสอบและการรีวิวจากหลายแหล่ง สามารถจำแนกข้อดีและข้อเสียของแอปได้ดังนี้

ข้อดี

  • ใช้งานฟรีไม่จำกัดแบนด์วิดท์ ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต
  • ติดตั้งง่าย ขนาดแอปเล็ก ใช้พื้นที่บนเครื่องน้อย
  • อินเทอร์เฟซเรียบง่าย เหมาะกับผู้ใช้มือใหม่ที่ไม่เคยใช้ VPN มาก่อน
  • เชื่อมต่อพร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์ในเวอร์ชันฟรี
  • ผ่านการทดสอบ IP, DNS และ WebRTC leak ในสภาวะปกติ
  • รองรับฟีเจอร์ Split Tunneling สามารถเลือกได้ว่าแอปไหนใช้ VPN แอปไหนใช้การเชื่อมต่อปกติ
  • อนุญาตให้ใช้ P2P/torrent บนเซิร์ฟเวอร์บางจุด

ข้อเสีย

  • ใช้โปรโตคอล SSL ที่อ่อนกว่ามาตรฐานปัจจุบันอย่าง WireGuard และ OpenVPN
  • ไม่มี Kill Switch ทำให้ IP จริงอาจรั่วเมื่อ VPN หลุด
  • เก็บข้อมูลการใช้งานบางส่วน นโยบายความเป็นส่วนตัวคลุมเครือ ไม่เคยผ่านการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม
  • ตั้งอยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นสมาชิก Five Eyes
  • โฆษณาเยอะมากในเวอร์ชันฟรี รบกวนการใช้งาน
  • จำนวนเซิร์ฟเวอร์น้อย ไม่มีเซิร์ฟเวอร์ในไทยและในเอเชียน้อยมาก
  • ความเร็วลดลงค่อนข้างมาก เฉลี่ยราว 40-50% ของการเชื่อมต่อปกติ
  • รองรับเฉพาะ Android เท่านั้น ไม่มีแอปทางการสำหรับ iOS, Windows, Mac
  • ไม่สามารถปลดล็อก Netflix, Disney+, HBO Max และบริการสตรีมมิ่งใหญ่ ๆ ส่วนใหญ่ได้
  • ไม่มีระบบสนับสนุนลูกค้าที่จริงจัง ติดต่อได้เพียงทางอีเมล Gmail
  • ไม่มี Obfuscation ใช้งานในประเทศที่บล็อก VPN ไม่ได้

Thunder VPN เหมาะกับใคร

เมื่อพิจารณาทุกองค์ประกอบ Thunder VPN จึงเหมาะกับผู้ใช้บางกลุ่มเท่านั้น และไม่เหมาะกับผู้ใช้บางกลุ่มอย่างชัดเจน

กลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะกับ Thunder VPN

  • ผู้ใช้ Android ที่ต้องการ VPN ฟรีสำหรับเปิดเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกชั่วคราว เช่น เว็บข่าวต่างประเทศ หรือบล็อกที่ ISP บล็อกไว้
  • ผู้ใช้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำความเข้าใจกับ VPN และอยากลองใช้งานดูก่อนว่าใช่สิ่งที่ต้องการหรือไม่ก่อนจะลงทุนกับแพ็กเกจพรีเมียม
  • นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการ VPN ในช่วงสั้น ๆ เพื่อเข้าถึงคอนเทนต์การศึกษาที่ถูกจำกัดในประเทศต้นทาง โดยไม่ได้ส่งข้อมูลที่อ่อนไหว
  • ผู้ที่ใช้ Wi-Fi สาธารณะแบบเปิดเป็นครั้งคราว ต้องการชั้นความปลอดภัยเพิ่มเล็กน้อยจากการเชื่อมต่อแบบไม่มีการเข้ารหัส
  • ผู้ที่ต้องการเล่นเว็บไซต์ทั่วไปจากต่างประเทศโดยไม่ต้องการประสิทธิภาพการสตรีมระดับสูง

กลุ่มผู้ใช้ที่ควรเลี่ยง Thunder VPN

  • ผู้ที่ต้องการดู Netflix, Disney+, HBO Max หรือบริการสตรีมมิ่งระดับโลกอื่น ๆ จากต่างประเทศอย่างเสถียร
  • นักเกมที่ต้องการลด ping หรือเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ภาคพื้นอื่น เพราะความเร็วและความเสถียรไม่ตอบโจทย์
  • ผู้ที่ดาวน์โหลด torrent ปริมาณมากและต้องการการปกป้อง IP อย่างจริงจัง เพราะไม่มี Kill Switch
  • นักข่าว นักเคลื่อนไหว หรือบุคลากรที่จัดการข้อมูลละเอียดอ่อนที่ต้องการ VPN เพื่อความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุด
  • ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางไปประเทศที่บล็อก VPN เช่น จีน อิหร่าน รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • ผู้ใช้ iPhone, iPad, Mac, Windows หรือ Linux ที่ต้องการแอป VPN ที่พัฒนาขึ้นมาเฉพาะระบบปฏิบัติการของตน
  • ผู้ใช้ระดับธุรกิจที่ต้องการ VPN สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายภายในองค์กรอย่างปลอดภัย

สรุป Thunder VPN ใช้ดีไหม

Thunder VPN เป็นตัวเลือกที่พอเข้าใจได้สำหรับคนที่ต้องการ VPN ฟรีง่าย ๆ บน Android ไว้เปิดเว็บที่ถูกบล็อกชั่วคราวหรือเพิ่มความเป็นส่วนตัวเล็กน้อยบน Wi-Fi สาธารณะ

จุดดีคือไม่มีโควต้าข้อมูล ติดตั้งและใช้งานง่าย ผ่านการทดสอบรั่วไหลขั้นพื้นฐาน แต่จุดอ่อนนั้นชัดเจนเช่นกัน ทั้งโปรโตคอล SSL ที่อ่อนกว่ามาตรฐาน ไม่มี Kill Switch จำนวนเซิร์ฟเวอร์น้อย เก็บข้อมูลการใช้งาน ตั้งอยู่ในประเทศกลุ่ม Five Eyes และไม่สามารถปลดล็อกบริการสตรีมมิ่งใหญ่ ๆ ได้

หากคุณใช้งานเฉพาะการท่องเว็บเบื้องต้นและไม่ส่งข้อมูลที่ละเอียดอ่อน Thunder VPN ยังถือว่าทำงานได้ แต่หากต้องการความปลอดภัยระดับจริงจัง ดูสตรีมมิ่ง เล่นเกม ดาวน์โหลด torrent หรือใช้งานในประเทศที่มีการเซ็นเซอร์เข้มงวด การยอมจ่ายเงินสำหรับ VPN พรีเมียมที่ผ่านการตรวจสอบนโยบาย no-log จะให้ผลลัพธ์และความสบายใจที่คุ้มค่ามากกว่าหลายเท่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thunder VPN

Thunder VPN ปลอดภัยไหมสำหรับการใช้งานทั่วไป

ปลอดภัยในระดับพื้นฐานเท่านั้น แอปผ่านการทดสอบ IP, DNS และ WebRTC leak ในสภาวะปกติ แต่ใช้โปรโตคอล SSL ที่อ่อนกว่ามาตรฐานปัจจุบัน ไม่มี Kill Switch และมีการเก็บข้อมูลการใช้งานบางส่วน ผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงควรพิจารณาบริการอื่นแทน

Thunder VPN ใช้กับ iPhone ได้ไหม

ไม่ได้ในเวลานี้ Thunder VPN พัฒนามาเพื่อ Android เท่านั้น ผู้ใช้ iOS, Windows, macOS และ Linux ไม่มีแอปทางการให้ดาวน์โหลด หากเห็นแอปที่อ้างชื่อ Thunder VPN บน App Store ควรตรวจสอบผู้พัฒนาให้แน่ใจว่าเป็น Signal Lab ก่อนติดตั้ง

Thunder VPN ดู Netflix ต่างประเทศได้ไหม

ในปัจจุบันไม่สามารถปลดล็อก Netflix US, Disney+, Hulu, HBO Max หรือ BBC iPlayer ได้อย่างเสถียร ปลดล็อกได้เพียง Amazon Prime Video และ YouTube US เท่านั้น หากต้องการสตรีมมิ่งจากต่างประเทศ ควรเลือก VPN ระดับพรีเมียมที่อัปเดต IP เซิร์ฟเวอร์เป็นประจำ

Thunder VPN ฟรีจริงไหม มีค่าใช้จ่ายแฝงหรือเปล่า

เวอร์ชันฟรีใช้ได้แบบไม่จำกัดแบนด์วิดท์โดยไม่ต้องจ่ายเงินจริง แต่มีโฆษณาแทรกถี่และเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้จำกัด หากต้องการตัดโฆษณาและเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ต้องอัปเกรดเป็น VIP เริ่มต้นที่ 4.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงนอกเหนือจากนี้แต่ผู้ใช้ก็จ่ายราคาในรูปของข้อมูลที่ถูกเก็บไปด้วย

Thunder VPN ใช้ในจีน อิหร่าน หรือประเทศที่บล็อก VPN ได้ไหม

ใช้ไม่ได้ Thunder VPN ไม่มีฟีเจอร์ Obfuscation จึงถูกระบบ Great Firewall ของจีนและระบบกรองในประเทศที่จำกัดอินเทอร์เน็ตอื่น ๆ ตรวจจับและบล็อกได้ง่าย หากเดินทางไปประเทศเหล่านี้ ควรเลือก VPN ที่มี Obfuscation เช่น NordVPN, ExpressVPN, Surfshark หรือ Astrill VPN ที่ออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงระบบเซ็นเซอร์โดยเฉพาะ

よかったらシェアしてね!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!

この記事を書いた人

目次